Friday, February 12th, 2010
ในภาษา PHP เราใช้เครื่องหมาย // หรือ # วางไว้ที่ตำแหน่งแรกของบรรทัด เพื่อละเว้นคำสั่งในบรรทัดนั้นๆ
หรือใช้ /* ข้อความต่างๆ ที่ comment ไว้กันลืม */ สำหรับละเว้นคำสั่งหลายบรรทัด
ดูตัวอย่างกันเลยคับ
<html>
<head>
<title>การ Comments ในภาษา PHP</title>
</head>
<body>
<?php
//นี่คือ comment
#นี่ก็ comment
/*
นี่ก็ comment
แบบหลายบรรทัด
นะ.....
*/
?>
</body>
</html>
ซึ่งข้อความ หรือคำสั่งต่างๆ ที่อยู่หลังเครื่องหมาย // …..,#….. หรือ ภายในระหว่าง /* …. */ จะไม่ถูกนำไปประมวลผลนั่นเองคับ
Posted in PHP | No Comments »
Thursday, February 11th, 2010
คุณจะไม่สามารถวิวดู source code ของ PHP ในเบราเซอร์ได้ คุณจะเห็นเป็น HTML ทั่วไป เพราะว่าสคริปต์ถูกแปลงบนเซิร์ปเวอร์เป็น HTML แล้ว ก่อนที่จะถูกส่งไปแสดงผลที่เบราเซอร์ของคุณ
แท็กสคริปต์ PHP จะเริ่มด้วย <?php และปิดด้วย ?> ซึ่งสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น
- <? ... ?> (SGML style)
- <?php ... ?> (XML style) เป็นแบบที่นิยมใช้กันในปัจจุบันนี้
- <script language=”php”> ... </script> (JavaScript style)
- <% ... %> (ASP style)
เราสามารถวางคำสั่ง PHP ไว้ภายในเอกสาร HTML ตามที่ต้องการได้ อาจจะสลับกับ Tag ของภาษา HTML ก็ได้ ตัวอย่างเช่น
<HTML>
<HEAD><TITLE> My Homepage </TITLE></HEAD>
<BODY BGCOLOR=#FFFFFF>
<H1><?php echo "Hello World"; ?></H1>
Your web browser is <?php echo $HTTP_USER_AGENT; ?>.
</BODY>
</HTML>
แต่ละบรรทัดที่จบชุดโค้ดของ PHP จะปิดด้วยตัว semicolon (“;”) ตัวนี้จะเป็นตัวบอกว่าจบ 1 ชุดคำสั่ง
มี 2 คำสั่ง ที่คุณสามารถใส่เพื่อให้แสดงผลออกมาเป็นข้อความโชว์บนเบราเซอร์ คือ echo และ print ตัวอย่างข้างบนของเราใช้ echo เพื่อแสดงผล ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ ตามนี้คับ

Posted in PHP | No Comments »
Tuesday, February 9th, 2010
PHP เป็นภาษาจำพวก scripting language คำสั่งต่างๆจะเก็บอยู่ในไฟล์ที่เรียกว่าสคริปต์ (script) และเวลาใช้งานต้องอาศัยตัวแปลชุดคำสั่ง ตัวอย่างของภาษาสคริปก็เช่น JavaScript, Perl เป็นต้น ลักษณะของ PHP ที่แตกต่างจากภาษาสคริปต์แบบอื่นๆ คือ PHP ได้รับการพัฒนาและออกแบบมา เพื่อใช้งานในการสร้างเอกสารแบบ HTML โดยสามารถ สอดแทรกหรือแก้ไขเนื้อหาได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นจึงกล่าวว่า PHP เป็นภาษาที่เรียกว่า server-side หรือ HTML-embedded scripting language เป็นเครื่องมือที่สำคัญชนิดหนึ่ง ที่ช่วยให้เราสามารถสร้างเอกสารแบบ Dynamic HTML ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีลูกเล่นมากขึ้น
ถ้าใครรู้จัก Server Side Include (SSI) ก็จะสามารถเข้าใจการทำงานของ PHP ได้ไม่ยาก สมมุติว่า เราต้องการจะแสดงวันเวลาปัจจุบันที่ผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ในขณะนั้น ในตำแหน่ง ใดตำแหน่งหนึ่งภายในเอกสาร HTML ที่เราต้องการ อาจจะใช้คำสั่งในรูปแบบนี้ เช่น <!–#exec cgi=”date.pl”–> ไว้ในเอกสาร HTML เมื่อ SSI ของ web server มาพบคำสั่งนี้ ก็จะกระทำคำสั่ง date.pl ซึ่งในกรณีนิ้ เป็นสคริปต์ที่เขียนด้วยภาษา perl สำหรับอ่านเวลาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วใส่ค่าเวลาเป็นเอาพุท (output) และแทนที่คำสั่งดังกล่าว ลงในเอกสาร HTML โดยอัตโนมัติ ก่อนที่จะส่งไปยังผู้อ่านอีกทีหนึ่ง
อาจจะกล่าวได้ว่า PHP ได้รับการพัฒนาขึ้นมา เพื่อแทนที่ SSI รูปแบบเดิมๆ โดยให้มีความสามารถ และมีส่วนเชื่อมต่อกับเครื่องมือชนิดอื่นมากขึ้น เช่น ติดต่อกับคลังข้อมูลหรือ database เป็นต้น
PHP ได้รับการเผยแพร่เป็นครั้งแรกในปีค.ศ.1994 จากนั้นก็มีการพัฒนาต่อมาตามลำดับ เป็นเวอร์ชั่น 1 ในปี 1995 เวอร์ชั่น 2 (ตอนนั้นใช้ชื่อว่า PHP/FI) ในช่วงระหว่าง 1995-1997 และเวอร์ชั่น 3 ช่วง 1997 ถึง 1999 จนถึงเวอร์ชั่น 4 ในปัจจุบัน
PHP เป็นผลงานที่เติบโตมาจากกลุ่มของนักพัฒนาในเชิงเปิดเผยรหัสต้นฉบับ หรือ OpenSource ดังนั้น PHP จึงมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และแพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับ Apache Webserver ระบบปฏิบัติอย่างเช่น Linux หรือ FreeBSD เป็นต้น ในปัจจุบัน PHP สามารถใช้ร่วมกับ Web Server หลายๆตัวบนระบบปฏิบัติการอย่างเช่น Windows 95/98/NT เป็นต้น
รายชื่อของนักพัฒนาภาษา PHP ที่เป็นแก่นสำคัญในปัจจุบันมีดังต่อไปนี้
- Zeev Suraski, Israel
- Andi Gutmans, Israel
- Shane Caraveo, Florida USA
- Stig Bakken, Norway
- Andrey Zmievski, Nebraska USA
- Sascha Schumann, Dortmund, Germany
- Thies C. Arntzen, Hamburg, Germany
- Jim Winstead, Los Angeles, USA
- Rasmus Lerdorf, North Carolina, USA
เนื่องจากว่า PHP ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตัว Web Server ดังนั้นถ้าจะใช้ PHP ก็จะต้องดูก่อนว่า Web server นั้นสามารถใช้สคริปต์ PHP ได้หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น PHP สามารถใช้ได้กับ Apache WebServer และ Personal Web Server (PWP) สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows 95/98/NT
ในกรณีของ Apache เราสามารถใช้ PHP ได้สองรูปแบบคือ ในลักษณะของ CGI และ Apache Module ความแตกต่างอยู่ตรงที่ว่า ถ้าใช้ PHP เป็นแบบโมดูล PHP จะเป็นส่วนหนึ่งของ Apache หรือเป็นส่วนขยายในการทำงานนั่นเอง ซึ่งจะทำงานได้เร็วกว่าแบบที่เป็น CGI เพราะว่า ถ้าเป็น CGI แล้ว ตัวแปลชุดคำสั่งของ PHP ถือว่าเป็นแค่โปรแกรมภายนอก ซึ่ง Apache จะต้องเรียกขึ้นมาทำงานทุกครั้ง ที่ต้องการใช้ PHP ดังนั้น ถ้ามองในเรื่องของประสิทธิ ภาพในการทำงาน การใช้ PHP แบบที่เป็นโมดูลหนึ่งของ Apache จะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่า

ลักษณะเด่นของ PHP
- ใช้ได้ฟรี
- PHP เป็นโปร แกรมวิ่งข้าง Sever ดังนั้นขีดความสามารถไม่จำกัด
- Conlatfun นั่นคือ PHP วิ่งบนเครื่อง UNIX,Linux,Windows ได้หมด
- เรียนรู้ง่าย เนืองจาก PHP ฝั่งเข้าไปใน HTML และใช้ดครงสร้างและไวยากรณ์ภาษาง่ายๆ
- เร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมือใช้กับ Apach Server เพราะไม่ต้องใช้โปรแกรมจากภายนอก
- ใช้ร่วมกับ XML ได้ทันที
- ใช้กับระบบแฟ้มข้อมูลได้
- ใช้กับข้อมูลตัวอักษรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ใช้กับโครงสร้างข้อมูลใช้ได้แบบ Scalar,Array,Associative array
- ใช้กับการประมวลผลภาพได้
Posted in PHP | No Comments »
Sunday, February 7th, 2010
เรามาดูกันคับว่า ปกติ Webmaster ส่วนใหญ่เค้าใช้โรแกรมอะไรบ้าง
AppServ เป็นโปรแกรมที่รวมโปรแกรมทำเว็บ PHP มี php, MySql, Apache, PHP MyAdmin เพื่อจำลองเครื่อง PC ของเราให้เป็น Sever สำหรับทดสอบสคริปต์ที่เราเขียน
ArGoSoft Mail Server เป็นโปรแกรมจำลองเครื่อง เป็น Mail Server สำหรับทดสอบสคริป ส่งเมล์
PHP เป็นภาษาสคริปต์แบบ เซิร์ฟเวอรไซต์ Open Souce ที่ใช้งานง่าย
MySQL เป็นระบบฐานข้อมูลภายใน เว็บไซต์ ซอฟแวร์ฟรี ภายใต้ GP สำหรับทดสอบในการจัดการฐานข้อมูล
EditPlus Editter ตัวจิ๋ว เครื่องมือคู่กายของ นักเขียนโปรแกรม
FileZilla โปรแกรม FTP สำหรับอัพโหลดไฟล์ไปยังเซิร์ฟเวอร์จริง
Mozilla Firefox โปรแกรม Web Browser สำหรับทดสอบ ใช้คู่กับ IE (Internet Explorer)
Posted in โปรแกรมพื้นฐาน | No Comments »
Saturday, January 30th, 2010
บางครั้งนั่งเขียนๆ PHP อยู่ แล้วนึกอยากจะใช้ค่าตัวแปรระบบมาใช้งาน แต่บางทีก็ลืมอ่ะนะ แหมใครมันจะจำได้หมดซะทุกเรื่อง ไหนจะเรื่องชีวิตประจำวัน เรื่องครอบครัว เรื่องสังคม มากมายหลายอย่าง บางทีมันก็มีมึนมีลืมกันไปบ้างแหล่ะนะ
เอาน่าหลายๆคนคงจะจำกันไม่ได้เหมือนกัน เอามาเขียนก็คงไม่เสียหลาย เพราะผมจะพูดถึงแค่ตัวแปรระบบเท่านั้น ตัวแปรที่โดยทั่วๆไปไม่มีใครเอามาใช้กันหรอกหากไม่จำเป็น มันมีอะไรบ้างมาดูกันเลย
| Variable |
Description |
| DOCUMENT_ROOT |
บอกค่าของ Directory ที่เป็น Root ของ Web Server |
| HTTP_ACCEPT |
MIME Type ที่ Browser ของ User สามารถรับได้ เช่น image/gif |
| HTTP_ACCEPT_ENCODING |
มาตรฐานการเข้ารหัสที่ Browser ของ User สามารถรับได้เช่น gzip |
| HTTP_ACCEPT_LANGUAGE |
ภาษาที่ Browser ของ User สามารถรับได้ เช่น th, iso8859-1 |
| HTTP_CONNECTION |
ลักษณะ Connection เช่น Keep-Alive |
| HTTP_HOST |
ชื่อ Host |
| HTTP_USER_AGENT |
ชื่อ Web Browser ของผู้ใช้ ทั้งนี้หากใช้งานร่วมกับ Function get_browser() และการตั้งค่า browscap.ini จะช่วยให้ทราบว่า Browser ดังกล่าว สามารถทำงานอะไรได้บ้าง |
| PATH |
เป็น PATH ของ ระบบ |
| REMOTE_ADDR |
IP ของเครื่อง USER |
| REMOTE_PORT |
Port ของเครื่อง USER |
| SCRIPT_FILENAME |
path ที่ไปยังไฟล์ Script ดังกล่าว (สัมพัทธ์กับ DOCUMENT_ROOT) |
| SERVER_ADDR |
IP ของเครื่อง SERVER |
| SERVER_ADMIN |
e-mail ของผู้ดูแล Server |
| SERVER_NAME |
ชื่อของ SERVER |
| SERVER_PORT |
PORT ของ SERVER (ปกติคือ 80) |
| SERVER_SIGNATURE |
รายละเอียดของระบบ Web Server เช่น Apache/1.3.2 at www.host Port 80 |
| SERVER_SOFTWARE |
ชื่อซอฟต์แวร์ระบบ Web Server เช่น Apache/1.3.12 (Unix) PHP/4.0.1pl2 |
| GATEWAY_INTERFACE |
มาตรฐาน CGI ของระบบ เช่น CGI/1.1 |
| SERVER_PROTOCOL |
มาตรฐาน HTTP ของ SERVER เช่น HTTP/1.1 |
| REQUEST_METHOD |
วิธีการเรียกใช้ SCRIPT เช่น GET, POST, HEAD, PUT เป็นต้น |
| QUERY_STRING |
เป็น QUERY_STRING ที่เรียกมายังหน้าดังกล่าว เช่น URI เป็น test.php?hello จะได้ว่า QUERY_STRING คือ hello |
| REQUEST_URI |
เป็น URI ที่ผู้ใช้เรียกมาถึงหน้าดังกล่าว |
| SCRIPT_NAME |
ชื่อของ file ที่ทำงาน SCRIPT ดังกล่าว |
ผมลองสร้างไฟล์มาสักไฟล์นึงละกันชื่อว่า Variables.php โดยผมเขียนโค๊ดดังนี้ แล้วเอารันบน Appserv 2.5.9 ครับ
<?
echo $_SERVER[’DOCUMENT_ROOT’].”<br />” ;
echo $_SERVER[’HTTP_ACCEPT_LANGUAGE’].”<br />” ;
echo $_SERVER[’HTTP_HOST’].”<br />” ;
echo $_SERVER[’PATH’].”<br />” ;
echo $_SERVER[’REMOTE_ADDR’].”<br />” ;
echo $_SERVER[’SERVER_ADDR’].”<br />” ;
echo $_SERVER[’SERVER_SOFTWARE’].”<br />” ;
echo $_SERVER[’REQUEST_URI’].”<br />” ;
?>
ซึ่งเมื่อรันออกมาก็จะได้ผลดังนี้
C:/AppServ/www
th
localhost:8080
C:\Program Files\PC Connectivity Solution\;C:\WINDOWS\system32;C:\WINDOWS;C:\WINDOWS\System32\Wbem;C:\Program Files\QuickTime\QTSystem\;C:\Program Files\Microsoft SQL Server\90\Tools\binn\
127.0.0.1
127.0.0.1
Apache/2.2.4 (Win32) PHP/5.2.3
/My/Variables.php
น่าสนใจมากครับเลยเอามาแปะไว้
ได้มาจาก ที่นี่คับ กลัวตัวเองลืม ตัวแปร ระบบ
Posted in PHP | No Comments »