Archive for the ‘SEO’ Category
Wednesday, February 3rd, 2010 |
การใส่แท็ก Meta วิธีเริ่มต้นสำหรับการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ ทำได้ง่าย ๆ แค่ใส่แท็ก Meta ให้เว็บไซต์ เว็บไซต์ของคุณก็จะทำอันดับได้ดีขึ้นใน Search Eingine
การใส่ Meta tag เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่เว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์ต่าง ๆ จะเริ่มต้นในการทำ SEO เพราะทำได้ง่าย ๆ แค่เพี่ยงเพิ่ม Meta tag เท่านั้น
รูปแบบแท็ก Meta
<META content="...รายละเอียด..." name=description>
<META content="...คำค้นที่เกี่ยวข้อง..." name=Keywords>
<META name="robots" content="index,follow">
วิธีการใส่แท็ก Meta
ให้ใส่แท็ก Meta ตามด้านบน โดยใส่ไว้ในส่วนของแท็ก Head ของเว็บเพจ หรือเว็บไซต์ หากเป็นการใส่ในหน้าแรกของเว็บไซต์ หรือหน้า Home Page ก็ให้ใส่ข้อมูลที่เป็นรายละเอียดที่เกี่ยวข้องของเว็บไซต์ทั้งหมด แต่หากเป็นในส่วนของเว็บเพจหน้าในก็ให้ใส่ ขอมูลของรายละเอียดและคำค้น ในส่วน Content โดยใส่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในหน้าเพจนั้น ๆ แต่ไม่ต้องใส่แท็ก <META name=”robots” content=”index,follow”>
ขอยกตัวอย่างการใส่ข้อมูลของหน้านี้ ซึ่งอาจจะใส่ดังนี้
<Head>
<META content="การทำ SEO โดยการใช้ Meta Tag" name=description>
<META content="SEO, Meta Tag, ปรับแต่งเว็บ" name=Keywords>
<META name="robots" content="index,follow">
</Head>
เรามาทำความเข้าใจแท็ก Meta กันซักนิดนะค่ะ การใส่แท็ก Meta จะทำให้บบอทของ Search Engine ต่าง ๆ เข้าใจว่าเว็บไซต์ของเรานั้นเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับอะไร และมีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง และบอทจะทำการเก็บข้อมูลในแท็ก Meta และข้อมูลรายเอียดของเว็บไซต์นั้นๆ ลงฐานข้อมูลของ Search Engine
เมื่อมีคนค้นหาข้อมูลจาก Search Engine ต่าง ๆ โดยการใส่คำค้น หรือ Keyword หากคำค้นหรือ Keyword นั้น ๆ ตรงกับ Keyword ที่เราใส่ในแท็ก Meta ซึ่งถูกเก็บในฐานข้อมูลของ Search Engine ข้อมูลของเว็บไซต์ของเรา ก็จะถูกแสดงในรายการค้นหารของ Search Engine
ในส่วน <META name=”robots” content=”index,follow”> จะเป็นการสั่งให้บอททำการกวาดหน้าเว็บไซต์ในหน้าแรก และให้บอทเข้าไปกวาด(เก็บ)ข้อมูลในส่วนอื่น ๆ ด้วย โดยตามเข้าไปตามลิงค์ URL ต่าง ๆ ที่บอทเจอในหน้าต่าง ๆ
ซึ่งการใส่คำสั่งนี้ก็จะเป็นการทำให้บอท เข้าไปเก็บข้อมูลในทุก ๆ ส่วนที่เดี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับหน้าแรกของเว็บไซต์ของเรานั่นเอง
แล้วลองปรับแต่ง SEO โดยเพิ่มแท็ก Meta ในเว็บไซต์ของคุณ และลองปรับแต่งใส่ของ Keyword และ description ดู
ขอบคุณ http://www.thainextstep.com ครับ
Posted in SEO | 1 Comment »
Wednesday, February 3rd, 2010 |
เราก็มารู้เรื่องเกี่ยวกับประเภทของ Search Engine กันซักหน่อย ซึ่ง Search Engine ก็มีอยู่หลาย ๆ ประเภท ดังนี้
1. แบบอาศัยการเก็บข้อมูลเป็นหลัก (Crawler-Based Search Engine)
หลักการนี้เป็นการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Crawler-Based Search Engine เป็นเครื่องมือที่ทำการบันทึกและเก็บข้อมูลเป็นหลัก ซึ่งเป็นประเภท Search Engine ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน
ซึ่งการทำงานประเภทนี้ จะใช้โปรแกรมตัวเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Web Crawler หรือ Spider หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Search Engine Robots หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า บอท ในภาษาไทย www คือเครือข่ายใยแมงมุม ตัวโปรแกรมเล็ก ๆ ตัวนี้ก็คือแมงมุมนั่นเอง โดยเจ้าแมงมุมตัวนี้จะทำการไต่ไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ ทั่วโลกอินเตอร์เน็ต โดยอาศัยไต่ไปตาม URL ต่าง ๆ ที่มีการเชื่อมโยงอยู่ในแต่ละเพจ แล้วทำการ Spider กวาดข้อมูลที่จำเป็นต่าง ๆ (ขึ้นอยู่กับ Search Engine แต่ละที่ว่าต้องการเก็บรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง) แล้วเก็บลงฐานข้อมูล การใช้โปรแกรมกวาดข้อมูลแบบนี้ จึงทำให้ข้อมูลที่ได้มีความแม่นยำ และสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลได้เร็วมาก Search Engine ที่เป็นประเภทนี้ เช่น Google Yahoo MSN
2. แบบสารบัญเว็บไซต์ (Web Directory)
Search Engine ที่เป็นแบบนี้มีอยู่หลายเว็บไซต์มาก ๆ ที่ดังที่สุดในเมืองไทย ที่เอ่ยออกไปใครใครคงต้องรู้จัก นั้นก็คือที่สารบัญเว็บของ Sanook.com ซึ่งหลาย ๆ คนคงเคยเข้าไปใช้บริการ หรืออย่างที่ Truehits.com เป็นต้น
ส่งที่เราจะสังเกตเห็นจาก Search Engine ประเภทนี้ก็คือ ลักษณะของการจัดเก็บข้อมูลที่แสดงให้เราเห็นทั้งหมด ว่ามีเว็บอะไรบ้างอยู่ในฐานข้อมูล ซึ่งแตกต่างจากประเภทแรก ที่หากคุณไม่ค้นหาโดยใช้คำค้น หรือ Keyword แล้ว คุณจะมีทางทราบเลยว่ามีเว็บไซต์อะไรอยู่บ้าง และมีเว็บอยู่เท่าไหร่
แบบสารบัญเว็บไซต์ จะแสดงข้อมูลที่รวบรวมเว็บไซต์ที่มีทั้งหมดในฐานข้อมูล และจะแบ่งเป็นหมวดหมู่ และอาจจะมีหมวดหมู่ย่อย ซึ่งผู้ค้นหาข้อมูลสามารถคลิกเข้าไปดูได้
หลักการทำงานแบบนี้ จะอาศัยการเพิ่มข้อมูลจากเจ้าของเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ต้องการประชาสัมพันธ์เว็บ หรืออาจใช้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลส่วน Search Engine เป็นผู้หาข้อมูลเว็บไซต์มาเพิ่มในฐานข้อมูล ซึ่งข้อมูลในส่วนของสารบัญเว็บไซต์จะเน้นในด้านความถูกต้องของฐานข้อมูล ซึ่งข้อมูลเว็บไซต์ที่ถูกเพิ่มเข้ามาจะถูกตรวจสอบและแก้ไขจากผู้ดูแล
3. แบบอ้างอิงในคำสั่ง Meta Tag (Meta Search Engine )
Search Engine ประเภทนี้จะอาศัยข้อมูลใน Meta tag (อยากรู้ดูในบทความหน้า) ซึ่งเป็นส่วนของข้อมูลที่อยู่ในแท็ก HEAD ของภาษา HTML ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ จะเป็นส่วนที่ให้ข้อมูลกับ Search Engine Robots
Search Engine ประเภทนี้ไม่มีฐานข้อมูลของตนเอง แต่จะอาศัยข้อมูลจาก Search Engine Index Server ของที่อื่น ๆ ซึ่งข้อมูลจะมาจาก Server หลาย ๆ ที่ ดังนั้น จึงมักได้ผลลัพธ์จากการค้นหาที่ไม่แม่นยำ
ข้อมูลหน้านี้ได้มาจาก http://www.thainextstep.com ขอบคุณคร้าบ..
Posted in SEO | 1 Comment »
Tuesday, February 2nd, 2010 |
SEO คืออะไร
SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization ซึ่งเป็นกลุ่มย่อยที่แตกออกมาจาก SEM (Search Engine Marketing) ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการเพิ่มจำนวนและคุณภาพของผู้เข้าเยี่ยมชม ที่เข้ามาจากช่องทางการค้นหาโดยปกติ ซึ่งในหนึ่งหน้าแสดงผลของการค้นหาด้วย Search Engine จะประกอบด้วย ส่วนของการโฆษณาและผลการค้นหาแบบปกติ โดยจุดประสงค์ของการทำ SEO เพื่อเป็นการพัฒนาอันดับของผลการค้นหาแบบปกติ
โดยที่ผลการค้นหาแบบปกตินั้น จะต้องสร้างขึ้นโดยอัลกอริธึมเพื่อการจัดอันดับความสัมพันธ์ ของแต่ละเว็บเพจที่อยู่ในฐานข้อมูล ซึ่งวิธีการทำ SEO นั้นจะไม่มีวิธีการที่แน่นอน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละเว็บไซต์ว่าจะมีวิธีการอย่างไร แต่จะมีจุดประสงค์เดียวกันคือเพื่อเพิ่มจำนวน และคุณภาพของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์จาก Search Engine โดยที่คุณภาพของผู้เยี่ยมชมนั้นวัดได้จากการที่ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ใช้คีย์ เวิร์ดนั้นๆ เข้ามาที่เว็บไซต์ของท่าน และได้กระทำการใดๆ ที่หน้าเว็บไซต์ของท่าน ยกตัวอย่าง เช่น ทำการสั่งซื้อสินค้าหรือแม้แต่การสมัครสมาชิกเพื่อรับจดหมายข่าวจากเว็บไซต์ ของท่าน
Search Engine Optimization อาจจะอยู่ในรูปแบบของการให้บริการโดยเฉพาะหรืออาจถูกรวมอยู่ในการทำ Internet Market ซึ่งวิธีการที่ทำ SEO นั้นส่วนใหญ่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลง Source Code หรือ Link ที่ได้มาจากเว็บไซต์อื่นๆ ทั้งสองวิธีนี้เป็นเทคนิคส่วนหลักๆ ของการทำ SEO ที่ถูกต้อง
วิธีการทำ SEO แยกออกเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ
1.วิธีการทำแบบถูกต้องโดยที่ Search Engine อนุญาติให้ใช้ได้เรียกว่า White hat SEO ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลง Source Code, การเพิ่มจำนวน Link เข้ามาสู่เว็บไซต์(LinkPopularity)
2.วิธีการทำแบบไม่ถูกต้องโดยที่ Search Engine ไม่อนุญาติให้ใช้ได้เรียกว่า Black hat SEO ตัวอย่างเช่น การทำ Cloaking หรือ Spamdexing
การทำ SEO ในกลวิธีทางการตลาดสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดี แต่ถึงอย่างไรก็ตาม Search Engine ไม่ได้มีรายได้จากการค้นหาแบบปรกติ (Organic Search) ซึ่งหมายความว่าอัลกอริธึมของ Search Engine สามารถเปลี่ยนได้ตลอดเวลา และไม่ประกันได้ว่าเว็บไซต์ของคุณจะอยู่ในอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาได้นานเท่าไร เพราะฉะนั้แนวคิดในการทำ Search Engine Optimization ที่ถูกวิธีและสามารถทำให้คุณประสบความสำเร็จในธุรกิจการทำร้านค้าออนไลน์ก็ คือการใช้ประโยชน์จาก Search Engine เพื่อทำการโปรโมทเว็บไซต์ของคุณต่อผู้เยี่ยมชมที่ยังไม่เคยรู้จักเว็บไซต์ ของคุณ และจากนั้น Search Engine จะทำการมอบหมายหน้าที่ที่สำคัญที่สุดต่อเว็บไซต์ของคุณ คือการทำให้ผู้เยี่ยมชมหน้าใหม่เหล่านั้นกลับมาใช้งานเว็บไซต์ของคุณอีก โดยที่ไม่ต้องพึ่งพา Search Engine อีกต่อไป
บทความนี้ได้มาจาก http://oxygen.readyplanet.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=568035&Ntype=19 ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆคับ..
Posted in SEO | 1 Comment »